posted on 25 Aug 2010 09:16 by 2freelife in etc
งูเขียวกินตับตุ๊กแก
สวัสดีครับ สำหรับเอนทรี่นี้ ออกแนวสยองๆนิดนึง เหตุเกิดจากกระผมได้ไปอ่านข่าวพาดหัวว่า
"ชาวบ้านตื่น งูเขียวกินตับตุ๊กแก หวั่นอาเพศ"(งูกับตุ๊กแกทะเลาะกันยังได้ลงหนังสือพิมพ์ โอ้วประเทศไทย อิอิ

)
ปล. เจ้าของ Blog ขออภัยสำหรับเพื่อนๆที่รู้แล้วนะครับ ^^
(ภาพโหด 18+

)
อ่านไปอ่านมา โอ้ว อย่างกับหนังแอคชั่น ในเนื้อข่าวประมาณว่าชาวบ้านไปเจองูกับตุ๊กแกกำลังฟัดกัน
เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง เมื่อตุ๊กแกอ่อนแรงเต็มทีจากการรัดของงูเขียว
ชาวบ้านยิ่งตื่นตามากขึ้น เพราะงูเขียวมีทีท่าว่าจะกลืนกินตุ๊กแกทั้งตัว
แต่สุดท้ายงูเขียวก็ไม่สามารถกลืนตุ๊กแกทั้งตัวได้ และยอมคลายรัดตุ๊กแกออก
ขณะเดียวกันตุ๊กแกก็ยอมจำนนโดยยอมอ้าปากให้งูเขียวเลื้อยเข้าไปกินตับที่โต (เฮ้ย กินตับเลยหรอ ปอบป่าวอะเนี่ย
)
เต็มที่แต่โดยดี เมื่องูเขียวกินตับตุ๊กแกเสร็จ ทั้ง 2 ตัว
ก็แยกย้ายกันไปโดยไม่มีตัวไดได้รับบาดเจ็บ (อ้าว ตุ๊กแกโดนกินตับแต่แยกย้ายกันโดยไม่รับบาดเจ็บ เวงกำ หนังสยองขวัญชัดๆครับ อิอิ ???)
มาดูในส่วนของความเชื่อของคนไทยกันบ้างครับ โดยปกติแล้วตุ๊กแกมักจะร้อง และให้งูเขียวกินตับในช่วงฤดูแล้ง
แต่ครั้งนี้เป็นช่วงฤดูฝน และฟัดกันกลางแจ้งเป็นการผิดธรรมชาติอย่างมาก
ชาวบ้านเชื่อว่าอาจจะเกิดเหตุอาเพศขึ้นกับจังหวัดอุตรดิตถ์ก็ได้
โดยเฉพาะภัยธรรมชาติที่หลายๆ ประเทศกำลังประสบอยู่
เพราะเหตุการณ์เช่นนี้สัตว์ทั้ง 2 ชนิดจะไม่ทำให้คนเห็น
(เลื้อยเข้าไปกินตับแล้ว อ๊ากกกก!!!

)
แบบว่า ยิ่งอ่านข่าวนี้ผมเลย ยิ่งอยากรู้ว่า(มันช่างพิศวง พิศดารเหลือเกิน) อ้าว งูกินตับตุ๊กแก จริงๆ หรอ??? เลยไปหาข้อมูลมาครับ ก็เลย อ๋อ แบบนี้นี่เอง ไปดูกันครับว่า งูกินตับตุ๊กแก ยังไง.................
" งูเขียวดอกหมากนั้นจะกิน กิ้งก่า จิ้งจก ลูกนก หนู งูที่เล็กกว่าบางชนิด
และแมลงต่าง ๆ
บางครั้งหาอาหารกินไม่ได้(ซึ่งน่าจะตรงกับหน้าแล้งอย่างที่ชาวบ้านเชื่อครับ) ก็ใช้วิธีบังคับแย่งอาหารกินจากตุ๊กแก
จนเข้าใจกันผิด ๆ ว่างูเขียวกินตับตุ๊กแก
แต่ที่จริงแล้วงูเขียวใช้วิธีรัดตัวตุ๊กแกบังคับให้อ้าปาก
แล้วแย่งกินเศษเนื้อเศษแมลงที่ติดอยู่ตามซอกในปากและฟันของตุ๊กแก
ไม่ใช่ล้วงเข้าไปกินตับตุ๊กแก
แต่ถ้าตุ๊กแกตัวไม่โตนักก็จะกลืนกินตุ๊กแกทั้งตัวเลยครับ (credit by Mine)"
ปล1. อันที่จริงอยากจะลงภาพ งูกับตุ๊กแกมากกว่านี้นะครับ แต่กลัวเพื่อนๆจะ ยี้ แหวะ และวิ่งหนีออกจาก Blog ผมไปซะก่อน แต่ถ้าอยากเห็นเยอะๆ ก็ เซิร์จ ตามหัวข้อเลยครับ ใน Google รับรอง จุใจ(สำหรับคนซาดิส อิอิ)
ปล.2 ข้อมูลยังไม่ได้รับการยืนยันนะครับว่างูเข้าไปกินอะไรในตัวตุ๊กแก แต่อันที่เอามาลงนี้เห็นจากคำตอบของคนส่วนใหญ่ในเวบครับผมและมีแนวโน้มเป็นจริงตามหลักวิทยาศาสตร์ครับ ^^
ปล.3 ขออภัยสำหรับเอนทรี่นี้ ที่ทำให้เพื่อนๆ ตกใจ แอบแนวสยอง โหดๆ กินตับ อิอิ อย่าเพิ่งหนีหายไปกันก่อนนะคร้าฟฟฟ
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก
1. http://www.thairath.co.th/
2. www.yahoo.com
edit @ 25 Aug 2010 09:51:18 by Tuy@MU
posted on 09 Aug 2010 17:35 by 2freelife in etc
50 เว็บไซต์ที่คนไทยเข้ามากที่สุด
เรามาดูกันครับ เวบไซด์ยอดนิยมที่ใครๆก็รู้จัก และติดอันดับ 1 ก็คงหนีไม่พ้นอาจารย์กู้เรา Google นั่นเองครับ ยังคงครองแชมป์เหนียวแน่นตลอด และอันดับ 2 ที่ Hit ติดลมบน ขึ้นเรื่อยๆ กับ Social Network สุดอาร์ตอย่าง Facebook ที่ในที่สุดก็เข้ามาครองใจคนไทยเหมือนกับอีกหลายๆประเทศไปเรียบร้อยแล้ว อันดับ 3 ก็คงหนีไปไหนไม่ไกลอย่าง Live.com จาก Microsoftนั้นเองครับ
ในส่วนของเวบไซต์คนไทยเองกันบ้างครับ อันดับ 6 กับเวบไซด์ไทยยอดนิยม Sanook.com เป็นเวบไซต์ที่ครอบคลุมทุกเรื่องจริงๆครับ ทั้งข่าวสาร ดารา เกมส์ แชท บอร์ด QQ เกมส์ ดูหนัง ฟังเพลง etc อีกเยอะครับ ของเขาดีจริงๆครับ
ตามมาติดๆกับ Pantip.com ก็คงหนีไม่พ้นกับเวบบอร์ดอันดับ 1 ของคนไทยอีกเช่นกันครับ ทั้งระบบการออกแบบ การจัดการ และ community ที่เหนียวแน่น ทำให้เวบ Pantip ก็เป็นอีกหนึ่งเวบไซด์ที่คนไทยนิยมเข้าไปใช้บริการครับ
ในส่วนของเวบ Exteen.com เองก็ติดอันดับ 21 ครับ ซึ่งตกลงมาจากครั้งก่อน อันนี้ก็อาจเนื่องจากหลายๆอย่างครับ ทั้งเวบไซด์ที่เปิดบริการมากขึ้น Social Network ที่ดีๆก็มีมากขึ้น ในส่วนของ Blogger จาก Google ที่มีคนนิยมเล่น ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งทำให้ exteen ตกอันดับลงมาครับ แต่ไม่เป็นไร เรารัก Exteen ครับ อิอิ
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบดี ๆจาก
posted on 05 Aug 2010 15:10 by 2freelife in etc
หลังจากที่หายไปนาน เนื่องจากผมเปื่อย เอ้ย ป่วย จนได้ไปวิ่งเข้า
วิ่งออกโรงพยาบาลเล่นๆ มาหลายวัน วันนี้พอมีเวลาว่าง(ความจริงก็งานท่วมหัวอะนะ)
ก็ยังอุตส่ามานั่งเขียน เอนทรี่นี้ขึ้นมา เพราะอยู่มันก็แล่นมาในหัวพอดี(อยากจะเขียนนั่นแหละครับ
อ้างไปนั่น อิอิ)
เคยถามตัวเองไหม
ว่าเราเกิดมาทำไม?(เชื่อว่าหลายคนคงเคยคิดคำถามนี้) ช่างเป็นปัญหาโลกแตกจริงๆ ที่แน่ๆเราเกิดมาใช้เวลามากมายในการเรียนรู้หรือบางคนอาจใช้เวลาทั้งชีวิต
แต่อย่างน้อยสมัยนี้คนเราก็มีค่านิยมเรียนถึงปริญญาตรี ซึ่งต้องใช้เวลาตั้งแต่ ป.1
จนจบ
ป.ตรี ประมาณ 16 ปีเลยทีเดียว(แต่ก็นับเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำดีๆมากมายเช่นกันที่เราได้ร่วมทุกข์สุขกับเพื่อนๆ)
ส่วนหลังจากนั้นหลายคนก็ต้องเข้าสู่ชีวิตการทำงาน
วันๆนึงต้องใช้เวลาอยู่ที่ทำงานวันละ 8-9 ชั่วโมง(มากกว่าอยู่บ้านซะอีก)
ยิ่งหนักไปใหญ่สำหรับคนที่ต้องใช้เวลาเดินทางมาทำงานไกลๆ
เวลาของคนเหล่านั้นก็ยิ่งหายไปอีก ช่วงเวลาทำงานอีกประมาณ 38 ปี(จนอายุประมาณ
60) นี้นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมากเลยทีเดียว ที่เราต้องกลายเป็นมนุษย์เงินเดือน
สังคมของการทำงานมีแต่การแก่งแย่งชิงดี
แล้วเรามีชีวิตที่เหลือจากตอนนั้นอีกสักเท่าไร
ชีวิตที่จะได้พักผ่อนในยามแก่ชรา? ชีวิตที่จะได้เที่ยวสนุกตอนแก่เฒ่า
จะมีความสุขเหมือนตอนเด็กไหม?
เวลาที่มีมากมายขึ้นมาแต่เพื่อนๆเรากลับล้มหายเราไปเกือบหมด แล้วจะมีค่าอะไร? เงินทองที่หามาตลอดชีวิตอาจจะไม่มีค่าอะไรเมื่อถึงตอนนั้น
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่หนี วัฏจักรนี้ไม่พ้นเหมือนกับอีกหลายๆคน
เราไม่ต้องรู้หรอกว่าเรา “เกิดมาทำไม”
แต่ขอให้เรารู้ว่าเรา
“เกิดมาเพื่อเป็นเรา” ชีวิตหนึ่งชีวิตนี้ไม่มีใครจะมาแทนที่เราได้
การใช้ชีวิตในสังคมที่วุ่นวาย ทุกคนก็มีเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่ากัน
หากลองเปิดหัวใจสักนิด เพื่อรับความสุขเข้ามาในทุกๆวันที่ใช้ชีวิต ทำในสิ่งที่อยากทำ
แล้วเราจะได้ไม่ต้องมานั่งนึกย้อน “เสียดายวันเวลา” ในยามที่เราแก่เฒ่า เพราะถ้าถึงตอนนั้นคงเป็นเวลาที่ “สายไปเสียแล้ว”(ภาวนาอย่าให้เจอวันนั้นเลยนะครับ)
แน่ะ วันนี้แอบมีสาระอีกแล้ว
แต่บางคนอาจจะบอกว่าไร้สาระป่าว อิอิ
เอาเป็นว่าขอให้ทุกคนมีความสุขในทุกๆวันนะครับ
writed by TuyMU(2freelife)