Story

[Story]ชีวิตในหมอกสีดำ Past1

posted on 14 Jul 2010 12:45 by 2freelife in Story
 
 
 
ชีวิตในหมอกสีดำ ตอน 1 
 

      ณ โรงพยาบาล จังหวัดกำแพงเพชร คณะนั้นเป็น เวลาเกือบตีสี่ โรงพยาบาลดูเงียบสงัด ไร้ซึ่งเสียงผู้คน จะมีแต่เสียงลมหอบหายใจของผู้ป่วยที่นอนหายใจอย่างรวยระริน อยู่ในห้องของโรงพยาบาล ตู้นาฬิกาที่ดูเก่าแก่มีรอยแตกของไม้ที่ด้านข้าง ตั้งอยู่บนระเเบยงทางเดินจากห้องคนป่วยไปยังห้องคนไข้รวม หากใครเคยเดินผ่านและได้ยินเสียงของนาฬิกานี้แกว่งในช่วงกลางดึกจะรู้สึกขน ลุกขึ้นมาทันที ในห้องของคนป่วยมีผู้หญิงท้องแก่อยู่คนนึง ซึ่ง ขณะนี้ดูเหมือนเธอกำลังนอนหลับสนิท แต่ไม่กี่นาทีต่อมาเธอก็ตื่นขึ้นมา พร้อมกับเสียงร้องของความเจ็บปวด เธอพยายามเรียกหาพยาบาล แต่ตอนนั้น เหล่านางพยาบาลกำลังอยู่ในช่วงพลัดเวร เธอจึงต้องทนเจ็บปวดต่อไปโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้  เวลาผ่านไปขณะนี้เกือบตีห้าแล้ว มีนางพยาบาลคนนึงซึ่งเธอกำลังจะออกเวรแล้ว ได้ยินเสียงคนไข้ร้องเลยขึ้นมาดู เธอเห็นผู้หญิงท้องแก่คนนั้นนอนสลบอยู่กลับพื้นแล้ว พยาบาลพยุงเธอขึ้นไบนเตียง แล้วตรวจร่างกายของผู้ป่วย ทันใดนั้นหญิงท้องแก่คนนั้นก็รู้สึกตัวอีกและบอกกับพยาบาลว่าเธอเจ็บท้องมาก พยาบาลทราบทันทีว่าหญิงคนนี้กำลังใกล้คลอด แต่ช่วงนั้นไม่มีหมอเข้าเวรอยู่เลย เธอจึงต้องพยายามทำคลอดเท่าที่จะทำได้ เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง ยังไม่มีวี่แววว่าเด็กจะคลอดออกมา ผู้หญิงคนน้นก็ได้แต่ร้องด้วยความเจ็บปวด ส่วนพยาบาลเองก็กระวนกระวายใจมากเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรดี เผอิญมีเพื่อนพยาบาลอีกสองคนเข้ามาพบพอดี จึงช่วยกันทำคลอดด้วย จนกระทั่งเวลา เจ็ดโมงเช้า ชีวิตใหม่ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้

      เด็กชายน้อย คือชื่อของเขา ขณะนี้เขาอายุได้สามขวบ น้อยถูกเลี้ยงดูมาโดยทวดและยายของเขา น้อยจะเรียกทวดของเขาว่าแม่ เพราะแม่จริงๆของน้อยนั้นก็ยังไม่เคยเห็นน่าตั้งแต่น้อยจำความได้ ทวดเล่าให้น้อยฟังเสมอว่าแม่ของน้อยไปทำงานตั้งแต่น้อยอายุได้ 3 เดือน แล้วฝากให้ทวดเป็นคนดูแล แต่ก็เเงยบข่าวไปหลาปี ส่วนพ่อของน้อยทิ้งน้อยไปตั้งแต่น้อยยังไม่เกิด และไม่เคยติดต่อมาอีกเลย บ้านของน้อยมีอยู่ติดกับสวนผลไม้ ระแวกบ้านมีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นมากมาย แต่แลดูป็นระเบียบ บรรยากาศร่มรื่น คราใดที่ลมพลัดจะรู้สึกสดชื่นอย่างมหัศจรรย์ ร่มเงาภายใต้ชายคาของบ้านมีม้านั่งเล็กๆที่ดูเหมือนใกล้จะหักเต็มที ตัวบ้านเป็นอาคารทรงไทยสมัยโบราณ เพราะเป็นมรดกตั้งแต่สมัย ปู่ทวด จึงดูขลังนัก บ้านของน้อยพอมีฐานะ ถ้าหากเทียบกับระแวกเดียวกัน น้อยเป็นเด็กที่ซุกซนมาก ทุกๆวันน้อยจะออกไปเล่นนอกบ้านบางทีก็กลับมาจนดึก ทั้งๆที่อายุแค่สามขวบ ทวดของน้อยจึงพาเข้าเตรียม อนุบาล ตาของน้อยก็เป็นครูอยู่ที่โรงเรียนแห่งนั้น ด้วย แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ใจใยดีน้อยแม้แต่นิดเดียว  น้อยมีเพื่อนสนิทที่อยู่บ้านตรงข้ามกัน เขาชื่อ อ้อ เกิดปีเดียวกัน อายุเท่ากัน น้อยกับอ้อจึงเป็นเพื่อนรักกันมาก น้อยเป็นเด็กเกเรคนนึงก็ว่าได้ ขณะอยู่ที่โรงเรียนน้อยได้พยายามหนีเรียนหลายครั้ง เพราะบ้าน กับโรงเรียนไม่ไกลกันมากนัก บ้างวันก็บังคับให้ทวดไป เฝ้าถึงที่โรงเรียนด้วย มีอยู่ครั้งนึงน้อยได้นำใบมีดโกนเหลาดินสอไปกีดแขนเพื่อน เพราะด้วยความอยากรู้ของเด็กๆ น้อยก็เลยถูกคุณครูดุด่าเป็นชุดใหญ่ ทวดเลยพาน้อยไปเข้าโรงเรียนประจำจังหวัดแทนแต่ก็เหมือนเดิมน้อยไม่ชอบการ เรียนทุกวันน้อยจะแอบหนีไปที่อื่นจนเลิกเรียนแล้วถึงมาขึ้นรถประจำเพื่อกลับ บ้านเป็นแบบนี้ทุกวัน จนในที่สุดน้อยก็ไม่ไปเรียนอีก

    ทวดตามใจน้อยมากทำให้น้อยกลายเป็นเด็กที่เอาแต่ใจตัวเองจนเป็นนิสัย มีอยู่วันนึงอ้อกับน้อยออกไปเล่นด้วยกัน ทั้งคู่เดินไปตามท้องทุ่งอย่างสบายใจ จนถึงสระน้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งมีพวกพี่สาวๆน้อยรู้จักดีเพราะบ้านของพวกเธออยู่ติดกับบ้านของน้อยพวก เธอกวักมือชวนน้อยกับอ้อ ลงไปเล่นน้ำด้วยกัน ทั้งสองคนก็ไม่ปฏิเสธ อ้อกระโดดลงไปก่อน ส่วนน้อยนั้นยังยืนลังเลอยู่ริมสระ พวกพี่ๆและอ้อต่างพากันเรียกให้โดดลงไปในสระ จนน้อยตัดสินในวินาทีนั้นกระโดดลงไป น้อยจมหายไปในน้ำ ภาพที่เห็นตอนนี้คือน้ำสีน้ำตาลใสซึ่งมองเห็นได้อย่างชัดเจน และจะเป็นภาพที่ติดตาน้อยไปตลอดชีวิต น้อยกำลังจมลงไปเรื่อยๆขณะนั้นก็มีมือๆหนึ่งเอื้อมลงมาคว้าแขนของน้อยไว้ได้ แล้วดึงน้ยขึ้นมาจากสระได้สำเร็จ คนๆนั้นก็คือ ทวดของน้อยนั่นเอง

    ทวดของน้อยพยายามสอนให้น้อยเป็นคนดีอยู่ทุกๆวัน จนน้อยรู้สึกรำคาญ ทวดจะเป็นคนที่ดูแลเรื่องอาหารการกิน รวมถึงทุกๆอย่างในบ้าน ทวดหวังว่าสักวันนึงน้อยจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ดิบได้ดี ทวดมั่นใจอย่างนั้น และแล้ววันหนึ่ง แม่ กับน้าของน้อยก็กลับมา พร้อมกับผู้ชายอีกคนนึงซึ่งน้อยไม่เคยเห็นน่ามาก่อน น้อยแอบได้ยินผู้ใหญ่คุยกันว่าจะย้ายบ้าน แต่อาจเพราะน้อยยังเด็กจึงไม่รู้สึกอะไร และแล้วอีกสองวันต่อมาน้อยและครอบครัวก็อยู่ที่สถานีรถขนส่งมุ่งหน้าสู่ภาค กลางจังหวัดนครสวรรค์

To be continue ........

By 2freelife


edit @ 14 Jul 2010 15:50:44 by Tuy@MU