MyLife

เรื่องของ "เวลา" The Time of Devil

posted on 07 Oct 2010 09:14 by 2freelife in MyLife
"เวลา"
The Time of Devil Story
 
 
       สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาว Exteen ^^ ช่วงนี้ก็หายหน้าหายตา หายตัวไปอีกเช่นเคย เนื่องจากงานรัดตัวเสียเหลือเกิน มีนั่น โน่น นี่ จาเอามาลง Blog หลายเรื่องมากมาย แต่ก็ไม่รู้จาเริ่มตรงไหน เอาเป็นว่าหมักหมม มันไว้ก่อนละกัน อิอิ (อ้างไปโน้นอีกละ) Foot in mouth  ส่วนเรื่องหนัง ในหลายๆสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่ค่อยมีเรื่องไหนโดนใจ จขบ เท่าไร ช่วงนี้เลยไม่ได้เอามารีวิวให้ดูนะครับผม แต่วันนี้มีหนังเรื่อง Legend of The Guardian เข้า ซึ่งน่าดูมากมาย ถ้าไปดูแล้ว เดี๋ยวจาเอามารีวิวให้นะครับผม (อ้าว พล่ามไปเรื่องหนังได้ไงเนี่ย)
 
 
     ผมเชื่อว่า ทุกคนคงมีสิ่งที่กลัวสำหรับตัวเองกันอยู่แล้ว แต่วันนี้ผมจะพาไปดูสิ่งหนึ่ง ซึ่งอยู่กับเราตลอดเวลาและเป็นสิ่งที่ อาจจะเรียกได้ว่า "น่ากลัว" ที่สุด เลยก็ว่าได้ สำหรับหลายๆคน นั่นก็คือ "เวลา"
 
     หากเรามองย้อนกลับไป "เวลา" คื่อสิ่งที่เราไม่สามารถ หยุดไว้ได้ เวลาจะเดินเคลื่อนที่ไปข้างหน้าตลอดเวลาและไม่เคยหยุดที่จะรอใครสักวินาทีเดียว(นอกเสียจากนาฬิกาตายอ่ะ Foot in mouth) เมื่อก่อนนี้มีสุภาษิต ที่ว่า หนทางพิสูจน์ม้า การเวลาพิสูจน์คน และผมก็คิดว่ามันเป็นสัจธรรมที่ใช้ได้ตลอดเลยทีเดียว
 
     "เวลา" ทำให้เราเติบโต เรียนรู้ และได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตเรื่อยๆ นั่นคือข้อดีของมัน และ "เวลา" ก็คอยเป็นสิ่งเตือนใจเราเสมอว่า "เราต้องเดินต่อไปข้างหน้า ไม่สามารถย้อนกลับได้"  แต่ถ้าหากวันนึงเราเหนื่อย เราท้อ เราก็สามารถหยุดพักใจและกาย ของเราได้ ถึงแม้เวลาจะไม่หยุดรอเราก็ตาม(โดดงานซะเลย อิอิ)
 
 
 
    ในอีกด้านนึงของ "เวลา" นั้น ผมคิดว่ามันแฝงไปด้วยความโหดร้าย ปลายทางของเวลาแท้จริงคือขอบเหว ที่เราทุกคนไม่มีใครหนีพ้น นั่นก็คือ "ความตาย" แต่หลายคนอาจพบความสุขสำหรับชีวิตตามทางเดิน ก่อนไปถึงขอบเหวนั้น ซึ่งมันก็เป็นสัจธรรมอีกข้อนึงของชีวิต
 
    ถึงแม้ "เวลา" จะสร้างความผูกพันธ์ให้เกิดขึ้นได้ ก็สามารถทำลายลงได้ เช่นกัน โดยเฉพาะความผูกพันธ์ของ เพื่อน หรือกับ คนรัก ซึ่งมีให้เห็นได้บ่อยๆ  สัจธรรมอีกข้อนึงที่ผมได้พบกับตัวเอง(หรืออาจจะมีแค่ผมคนเดียวที่โชคร้ายแบบนี้Tongue out) ก็คือ ความสุขของความรัก ที่มีแค่ช่วงแรกๆ แต่เมื่อเวลายิ่งเดินผ่านไปๆ ความสุขนั้นกลับลดลงไปทุกวันๆ และจางหายไป จนหลายครั้ง ที่ทำให้เราอยากย้อนกลับไปครั้งแรกที่เรารู้จักกันเสียทุกที บางครั้งหลายๆคนรวมทั้งผม ก็อยากจะหยุดเวลาไว้ในยามที่เรามีความสุขที่สุด แต่ก็คงไม่มีใครทำได้  "เวลา" ยังทำให้เราต้องพลัดพราก จากการสูญเสียในหลายสิ่งหลายอย่าง รวมทั้งคนรัก(พ่อ แม่ ญาติ พี่น้อง แฟน) ซึ่งผมคงอ่อนแอเกินไปในตอนนี้ เลยยังยอมรับการสูญเสียเหล่านี้ไม่ได้จริงครับ
 
 
     เมื่อไม่นานมานี้ ผมชอบใจความในเนื้อเพลง "รักไม่ต้องการเวลา" (จากภาพยนตร์ กวนมึนโฮ) นะ แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า รักแบบนั้นมันเป็นไปได้น้อยมากจริง ถ้าเป็นไปได้คงจะแค่ 0.01% เองละมั้งครับ การที่เราจะเจอรักแท้สักคน คงต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์จริงๆ น้อยคนนักที่จะโชคดีเจอรักแท้เพียงแค่เสี้ยววินาที แต่ถึงแม้คิดว่าเจอแล้ว แต่เมื่อเข็มนาฬิกาหมุนเดินผ่านไป รักแท้ที่ว่านั้น อาจจะไม่ใช่เป็นรักแท้เหมือนกับ "เมื่อวาน" ก็ได้ครับ ในตอนนี้ผมอาจจะพูดได้แค่ว่า "ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์" อาจจะดูเชยๆนะครับ แต่ไอ้คำนี้ผมใช้เป็นเครื่องเตือนตัวเองมานานละ อิอิ(แต่ก็เตือนไม่ค่อยจะได้ ซะทุกทีน้า)
 
    ในวันนี้หากเราหลับตาลง เราจะรู้สึกเหมือนหยุดนิ่ง แต่เวลายังคงพาเราเดินหน้าไปเรื่อยๆ โดยไม่มีวันหยุดจนกว่าจะถึงวันที่เราหมดลมหายใจ วันนั้นตัวเราจะหยุดเดินตามเวลา แต่เวลาก็ยังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ บางครั้งมันก็ทำให้เรารู้สึกเหนื่อย รู้สึกท้อใจ แต่หากเราไม่ไหวจริงๆ ก็แค่หลับตาลง แล้วให้หัวใจเราหยุดพัก(ไม่ใช่หยุดเต้นนะคร้าฟ เดี๋ยวตายซะก่อน อิอิ) พอหายเหนื่อยเราก็เดินต่อไป แต่สำหรับบางคน ที่เอาหัวใจไปฝากไว้กับคนอื่นแล้ว มันก็จะทำให้เรายิ่งเหนื่อยหนักไปกว่าเดิม แต่ขอให้รู้ไว้ว่า หัวใจของเราที่รับฝากที่ดีที่สุดก็คือ "ครอบครัว"
 
 
ไปๆมาๆ เขียนกลายเป็นเพ้อเรื่องความรักไปซะแล้ว อิอิ สำหรับเพื่อนๆคนไหนมีมุมมองในเรื่องของเวลายังไงก็แวะมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคร้าฟ Good Luck your life
 
 
 
 
 
ใหม่ๆก็รัก คนไม่มีเวลา

edit @ 7 Oct 2010 11:00:49 by Tuy@MU

[Birth Day]วัดเกิดผมครับ

posted on 22 Jul 2010 10:19 by 2freelife in MyLife
My Birth Day 2010
 
 
       ปีนี้วันเกิดของผมตรงกับวันอังคาร(20/07/2010) ซึ่งดันตรงกับวันทำงานผมพอดี เซ็งนิดๆเหมือนกันครับ ปีนี้ผมตัดสินใจใช้เวลา ในวันนี้กับน้องสาวผมครับ เพราะครั้งสุดท้ายที่กินเลี้ยงวันเกิดกับน้องสาวตัวเอง ก็ผ่านมาตั้ง 4-5 ปีที่แล้ว พอเข้ามหาวิทยาลัยมาก็ฉลองกับเพื่อนตลอดครับ 
 
      ปีนี้ไม่มีอะไรมากมายหรือหวือหวาครับ เพราะยุคเศรษฐกิจพอเพียง(อ้างไปนั่น 55) อีกอย่างมากับน้องสาว เลยหาอะไรทานกันง่ายๆครับ ก่อนไปก็มีน้องๆพยาบาลศิริราชมาแสดงความยินดีด้วยครับ ^^  เริ่มต้นจากสถานี บีทีเอส อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มุ่งหน้าสู่สถานีสยามครับ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
นัดเจอน้องสาวที่สยามครับ ตอนเจอก็แบบว่าขาวมาอีกละ(ทำไมผมไม่ขาวอย่างน้องบ้างอะ T T) ก็ยืนคุยกันแถวสยามสักพักครับ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันตั้งแต่สงกรานต์
 
 
 
จากนั้นก็รีบเดินไป MBK กันครับเพราะตอนนั้นเวลา 20.00น. ละครับ กลัวจะดึก+ร้านจะปิดซะก่อน วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ ทีแรกผมอยากกิน MK แต่น้องสาวไม่ชอบ บอกมันจืดๆ ไม่อร่อย ก็เลยสรุป นั่งกินร้าน บาบีคิว พลาซ่าครับ พอไปถึง ก็สั่งอาหารมาเป็นชุดครับ ทีแรกน้องจะสั่งเพิ่ม โน่น นั่น นี่ เยอะแยะ แต่ผมเบรกไว้ก่อน บอกว่าเดี๋ยวค่อยสั่งเพิ่มทีหลังดีกว่า(แล้วตอนหลัง ที่สั่งมาแค่นั้น ก็กิ