posted on 07 Oct 2010 10:08 by 2freelife in MyLife
"เวลา"
Time of Devil
สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาว Exteen ช่วงนี้หายหน้า หายตา หายตัว ไปอีกแล้ว เพราะว่างานรัดตัวอีกเช่นเคย(อ้างตลอด อิอิ)
แล้วก็ไม่ได้รีวิวหนังมาหลายอาทิตย์ละ เนื่อกจากยังไม่มีหนังเข้าตา จขบ เลย แต่วันนี้มีหนังมาแนะนำครับ เรื่อง Legend of the Guardian เป็นหนักเกี่ยวกับนกฮูก 3D คอหนัง 3D คงไม่พลาดนะครับผม ^^
ผมเชื่อว่าหลายคนคงมีสิ่งที่กลัวสำหรับตัวเองอยู่แล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่อยู่ข้างๆเราตลอดเวลา และมันอาจเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับ หลายๆคน นั่นคือ "เวลา"
จุดเด่น ของ "เวลา" คือ การเดินไปข้างหน้าตลอดเวลา และไม่เคยหยุดรอใคร(ยกเว้นนาฬิกาตายนะครับ อิอิ) "เวลา" ทำให้เราเติบโต เรียนรู้ และได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ มากมาย และ "เวลา" นั้น ยังคอยเป็นเครื่องเตือนสติและเตือนใจเราอยู่เสมอว่า "เราต้องเดินต่อไปข้างหน้า ไม่สามารถย้อนกลับมาได้" นั่นคือข้อดีของมัน
หากเรามองอีกมุมนึง เวลานั้นแฝงไปด้วยความโหดร้าย ปลายทางสุดท้ายของเวลา นั่นคือขอบเหว ของ "ความตาย" นั่นเอง ซึ่งเป็นสัจธรรม และไม่มีใครหนีพ้น แต่บางคนอาจจะเลือกที่จะมีความสุขระหว่างทางหรือมีความสุขในชีวิต ก่อนเดินทางไปถึงขอบเหวนั้น ถึงแม้ "เวลา" จะสร้างความผูกพันธ์ขึ้นมาได้ "เวลา"ก็สามารถพังทลายความผูกพันธ์นั้นลงได้อย่างไม่ปราณีเช่นกัน โดยเฉพาะความ สัมพันธ์ของเพื่อน หรือ ของคนรัก ก็ตาม ซึ่งเราพบเห็นได้บ่อยๆตลอดชีวิตของเรา
"เวลา" ยังมีส่วนทำให้เกิดความพลัดพราก สูญเสีย ซึ่งส่วนนี้ อาจจะเป็นเพราะผมยังอ่อนแอเกินไป ผมจึงทำใจไม่ได้ซะทุกครั้งที่ต้องสูญเสียอะไรบางอย่างในชีวิตไป (ใจร้ายจังเลยเวลาเนี่ย
)
เมื่อไม่นานมานี้ ผมชอบใจความในเนื้อเพลง "รักไม่ต้องการเวลา"(จากภาพยนตร์ กวนมึนโฮ) แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า การที่จะเจอรักแท้โดยไม่ใช้เวลาเลยนั้น เป็นไปได้ยากมาก หรือถ้าเป็นไปได้คงอาจจะแค่ 0.01% ละมั้งครับ บางคนอาจจะเจอรักแท้เพียงแค่ไม่กี่เสี้ยววินาที แต่เมื่อเวลาหมุนเวียนผ่านไปเรื่อยๆ "รักแท้ในวันนี้ อาจไม่ใช่รักแท้ที่เหมือนกับเมื่อวาน" และในวันนี้ผมคงต้องกลับไปใช้ "ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์" ซึ่งเป็นคติประจำตัวผมมานานละ (แต่ก็ไม่เห็นจะเตือนได้ซะที อิอิ
)
เวลาที่เรามีความสุข เชื่อว่าหลายๆต่อหลายคนคงอยากจะหยุดเวลาไว้ แต่ก็คงไม่มีใครทำได้ หลายต่อหลายครั้งที่ ความรัก เริ่มต้นด้วยความสุข และความหอมหวาน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างกลับจางหายลงทุกวันๆ จนหลายครั้งผมอดคิดไม่ได้ว่า อยากย้อนเวลากลับไปเริ่มต้นใหม่เสียเหลือเกิน หรืออาจจะเป็นผมคนเดียวที่เกิดมาโชคร้ายต้องเจอแต่เรืองแบบนี้ก็ได้ครับ
(แอบดราม่า ซะหน่อย)
ถึงแม้ยามที่เราหยุดเดิน "เวลา" ก็ไม่เคยหยุดไปพร้อมกับเรา แต่เมื่อใดที่เราเหนื่อย เราท้อใจ ก็ขอให้เราหลับตาลง หยุดพักหัวใจสักพัก(ไม่ได้ให้ หัวใจหยุดเต้นนะคร้าฟ เดี๋ยวตายนะ อิอิ) เมื่อแข็งแรงเราจึงก้าวเดินต่อไป แต่สำหรับบางคนที่เอาหัวใจไปฝากไว้กับคนอื่นแล้ว อาจจะเหนื่อยหนักกว่าเดิมหลายเท่า มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้รู้เอาไว้ ว่าในเวลาที่เราเหนื่อย เราท้อใจ ที่พักใจที่ดีที่สุดของเรา ก็คือ "ครอบครัว" เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ "เวลา" ไม่สามารถทำลายมันลงได้(ตราบใดที่เรายังหายใจ)
สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ "เวลา" ที่ได้สอนให้ผมได้เรียนรู้อะไรต่างๆมากมาย ถึงแม้บางครั้งจะทำร้ายผมก็เถอะ(อย่าเผลอนะ จะเอาคืน อิอิ) สำหรับเพื่อนๆ มีความเห็นยังไงกับ"เวลา" ก็แวะมาแบ่งปันกันบ้างนะคร้าฟ 
posted on 07 Oct 2010 09:14 by 2freelife in MyLife
"เวลา"
The Time of Devil Story
สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาว Exteen ^^ ช่วงนี้ก็หายหน้าหายตา หายตัวไปอีกเช่นเคย เนื่องจากงานรัดตัวเสียเหลือเกิน มีนั่น โน่น นี่ จาเอามาลง Blog หลายเรื่องมากมาย แต่ก็ไม่รู้จาเริ่มตรงไหน เอาเป็นว่าหมักหมม มันไว้ก่อนละกัน อิอิ (อ้างไปโน้นอีกละ)
ส่วนเรื่องหนัง ในหลายๆสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่ค่อยมีเรื่องไหนโดนใจ จขบ เท่าไร ช่วงนี้เลยไม่ได้เอามารีวิวให้ดูนะครับผม แต่วันนี้มีหนังเรื่อง Legend of The Guardian เข้า ซึ่งน่าดูมากมาย ถ้าไปดูแล้ว เดี๋ยวจาเอามารีวิวให้นะครับผม (อ้าว พล่ามไปเรื่องหนังได้ไงเนี่ย)
ผมเชื่อว่า ทุกคนคงมีสิ่งที่กลัวสำหรับตัวเองกันอยู่แล้ว แต่วันนี้ผมจะพาไปดูสิ่งหนึ่ง ซึ่งอยู่กับเราตลอดเวลาและเป็นสิ่งที่ อาจจะเรียกได้ว่า "น่ากลัว" ที่สุด เลยก็ว่าได้ สำหรับหลายๆคน นั่นก็คือ "เวลา"
หากเรามองย้อนกลับไป "เวลา" คื่อสิ่งที่เราไม่สามารถ หยุดไว้ได้ เวลาจะเดินเคลื่อนที่ไปข้างหน้าตลอดเวลาและไม่เคยหยุดที่จะรอใครสักวินาทีเดียว(นอกเสียจากนาฬิกาตายอ่ะ
) เมื่อก่อนนี้มีสุภาษิต ที่ว่า หนทางพิสูจน์ม้า การเวลาพิสูจน์คน และผมก็คิดว่ามันเป็นสัจธรรมที่ใช้ได้ตลอดเลยทีเดียว
"เวลา" ทำให้เราเติบโต เรียนรู้ และได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตเรื่อยๆ นั่นคือข้อดีของมัน และ "เวลา" ก็คอยเป็นสิ่งเตือนใจเราเสมอว่า "เราต้องเดินต่อไปข้างหน้า ไม่สามารถย้อนกลับได้" แต่ถ้าหากวันนึงเราเหนื่อย เราท้อ เราก็สามารถหยุดพักใจและกาย ของเราได้ ถึงแม้เวลาจะไม่หยุดรอเราก็ตาม(โดดงานซะเลย อิอิ)
ในอีกด้านนึงของ "เวลา" นั้น ผมคิดว่ามันแฝงไปด้วยความโหดร้าย ปลายทางของเวลาแท้จริงคือขอบเหว ที่เราทุกคนไม่มีใครหนีพ้น นั่นก็คือ "ความตาย" แต่หลายคนอาจพบความสุขสำหรับชีวิตตามทางเดิน ก่อนไปถึงขอบเหวนั้น ซึ่งมันก็เป็นสัจธรรมอีกข้อนึงของชีวิต
ถึงแม้ "เวลา" จะสร้างความผูกพันธ์ให้เกิดขึ้นได้ ก็สามารถทำลายลงได้ เช่นกัน โดยเฉพาะความผูกพันธ์ของ เพื่อน หรือกับ คนรัก ซึ่งมีให้เห็นได้บ่อยๆ สัจธรรมอีกข้อนึงที่ผมได้พบกับตัวเอง(หรืออาจจะมีแค่ผมคนเดียวที่โชคร้ายแบบนี้
) ก็คือ ความสุขของความรัก ที่มีแค่ช่วงแรกๆ แต่เมื่อเวลายิ่งเดินผ่านไปๆ ความสุขนั้นกลับลดลงไปทุกวันๆ และจางหายไป จนหลายครั้ง ที่ทำให้เราอยากย้อนกลับไปครั้งแรกที่เรารู้จักกันเสียทุกที บางครั้งหลายๆคนรวมทั้งผม ก็อยากจะหยุดเวลาไว้ในยามที่เรามีความสุขที่สุด แต่ก็คงไม่มีใครทำได้ "เวลา" ยังทำให้เราต้องพลัดพราก จากการสูญเสียในหลายสิ่งหลายอย่าง รวมทั้งคนรัก(พ่อ แม่ ญาติ พี่น้อง แฟน) ซึ่งผมคงอ่อนแอเกินไปในตอนนี้ เลยยังยอมรับการสูญเสียเหล่านี้ไม่ได้จริงครับ

เมื่อไม่นานมานี้ ผมชอบใจความในเนื้อเพลง "รักไม่ต้องการเวลา" (จากภาพยนตร์ กวนมึนโฮ) นะ แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า รักแบบนั้นมันเป็นไปได้น้อยมากจริง ถ้าเป็นไปได้คงจะแค่ 0.01% เองละมั้งครับ การที่เราจะเจอรักแท้สักคน คงต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์จริงๆ น้อยคนนักที่จะโชคดีเจอรักแท้เพียงแค่เสี้ยววินาที แต่ถึงแม้คิดว่าเจอแล้ว แต่เมื่อเข็มนาฬิกาหมุนเดินผ่านไป รักแท้ที่ว่านั้น อาจจะไม่ใช่เป็นรักแท้เหมือนกับ "เมื่อวาน" ก็ได้ครับ ในตอนนี้ผมอาจจะพูดได้แค่ว่า "ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์" อาจจะดูเชยๆนะครับ แต่ไอ้คำนี้ผมใช้เป็นเครื่องเตือนตัวเองมานานละ อิอิ(แต่ก็เตือนไม่ค่อยจะได้ ซะทุกทีน้า)
ในวันนี้หากเราหลับตาลง เราจะรู้สึกเหมือนหยุดนิ่ง แต่เวลายังคงพาเราเดินหน้าไปเรื่อยๆ โดยไม่มีวันหยุดจนกว่าจะถึงวันที่เราหมดลมหายใจ วันนั้นตัวเราจะหยุดเดินตามเวลา แต่เวลาก็ยังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ บางครั้งมันก็ทำให้เรารู้สึกเหนื่อย รู้สึกท้อใจ แต่หากเราไม่ไหวจริงๆ ก็แค่หลับตาลง แล้วให้หัวใจเราหยุดพัก(ไม่ใช่หยุดเต้นนะคร้าฟ เดี๋ยวตายซะก่อน อิอิ) พอหายเหนื่อยเราก็เดินต่อไป แต่สำหรับบางคน ที่เอาหัวใจไปฝากไว้กับคนอื่นแล้ว มันก็จะทำให้เรายิ่งเหนื่อยหนักไปกว่าเดิม แต่ขอให้รู้ไว้ว่า หัวใจของเราที่รับฝากที่ดีที่สุดก็คือ "ครอบครัว"
ไปๆมาๆ เขียนกลายเป็นเพ้อเรื่องความรักไปซะแล้ว อิอิ สำหรับเพื่อนๆคนไหนมีมุมมองในเรื่องของเวลายังไงก็แวะมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคร้าฟ Good Luck your life
edit @ 7 Oct 2010 11:00:49 by Tuy@MU
posted on 22 Jul 2010 10:19 by 2freelife in MyLife
My Birth Day 2010
ปีนี้วันเกิดของผมตรงกับวันอังคาร(20/07/2010) ซึ่งดันตรงกับวันทำงานผมพอดี เซ็งนิดๆเหมือนกันครับ ปีนี้ผมตัดสินใจใช้เวลา ในวันนี้กับน้องสาวผมครับ เพราะครั้งสุดท้ายที่กินเลี้ยงวันเกิดกับน้องสาวตัวเอง ก็ผ่านมาตั้ง 4-5 ปีที่แล้ว พอเข้ามหาวิทยาลัยมาก็ฉลองกับเพื่อนตลอดครับ
ปีนี้ไม่มีอะไรมากมายหรือหวือหวาครับ เพราะยุคเศรษฐกิจพอเพียง(อ้างไปนั่น 55) อีกอย่างมากับน้องสาว เลยหาอะไรทานกันง่ายๆครับ ก่อนไปก็มีน้องๆพยาบาลศิริราชมาแสดงความยินดีด้วยครับ ^^
เริ่มต้นจากสถานี บีทีเอส อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มุ่งหน้าสู่สถานีสยามครับ
นัดเจอน้องสาวที่สยามครับ ตอนเจอก็แบบว่าขาวมาอีกละ(ทำไมผมไม่ขาวอย่างน้องบ้างอะ T T) ก็ยืนคุยกันแถวสยามสักพักครับ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันตั้งแต่สงกรานต์
จากนั้นก็รีบเดินไป MBK กันครับเพราะตอนนั้นเวลา 20.00น. ละครับ กลัวจะดึก+ร้านจะปิดซะก่อน วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ ทีแรกผมอยากกิน MK แต่น้องสาวไม่ชอบ บอกมันจืดๆ ไม่อร่อย ก็เลยสรุป นั่งกินร้าน บาบีคิว พลาซ่าครับ พอไปถึง ก็สั่งอาหารมาเป็นชุดครับ ทีแรกน้องจะสั่งเพิ่ม โน่น นั่น นี่ เยอะแยะ แต่ผมเบรกไว้ก่อน บอกว่าเดี๋ยวค่อยสั่งเพิ่มทีหลังดีกว่า(แล้วตอนหลัง ที่สั่งมาแค่นั้น ก็กินกันไม่หมดอะ เกือบไป - -'')
กินอิ่มแล้วก็นั่งรอคิดเงินครับ วันนี้ไม่รู้เป็นอะไร ร้านนี้คิดเงินนานมาก นั่งรอเกือบ 15 นาที(ผมไม่ได้กินหมดเป็นหมื่นนะ คิดน๊านนาน) ตอนนั้นก็สามทุ่มแล้วด้วยครับ กะว่าจารีบไปทานไอศครีมกันต่อ พอเช็คบิลเสร็จก็รีบตรงไปร้าน ซเวนเซ่น ทันทีครับ ไอศครีมทั้งหมด 7 ลูก แต่เต็มไปด้วยรส แคนตาลูป ไปแล้ว 4 ลูก(เพราะน้องผมชอบ) แต่ก็ทานได้นะครับ อร่อยดี(ประมาณว่าไม่ถามเจ้าของวันเกิดเลยอะ ^^")
พอกินไอศครีมเสร็จ ห้างก็กำลังปิดพอดี เราก็ไปต่อแท็กซี่ ไปนั่งร้านชิลๆ แถว ราชทีเวครับ โซน CO CO walk เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยไปครับ นั่งที่ร้านนี้ก็มีเพลงชิลๆ แอร์เย็นๆ สั่งอาหารมาทาน บรรยากาศสบายดีๆครับ ก็นั่งคุยโน่นนี่เรื่อยเปื่อย ความจริงน้องผมจะชวนไปตรอกข้าวสารต่อ แต่ผมไม่ไหวอะครับ เพราะว่าพรุ่งนี้ต้องไปทำงาน คืนนี้ก็เลยนั่งอยู่ร้านนี้จนประมาณ เที่ยงคืนกว่าๆก็กลับครับ (แอบดูของขวัญซะหน่อย)เป็นปากกาที่ผมไม่กล้าใช้อีกแล้ว เอาขึ้นหิ้ง อีกตามเคยครับ ^^
สำหรับสุดท้ายนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ แค่อยากบอกว่าปีนี้ ฉลองวันเกิดแบบง่ายๆกับน้องสาย อบอุ่นไปอีกแบบครับ หวังว่าเพื่อนๆคงใช้เวลากับครอบครัวของตัวเองเหมือนกันนะครับ(แค่เพียงอาทิตย์ละครับ ล้อโฆษณา) ตอนนี้รู้สึกว่าแก่ ขึ้นจริงๆครับ งัก งัก (ไปกันใหญ่ละ) สุดท้ายจริงๆ ปีนี้ก็ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนนะครับที่เข้ามาอวยพรวันเกิด ขอให้ทุกคนมีความสุขเช่นกันนะครับ ขอบคุณจริงๆ ^^
photo by 2freelife[TuyMahidol]
edit @ 22 Jul 2010 11:45:21 by Tuy@MU
edit @ 22 Jul 2010 11:46:41 by Tuy@MU