[IT]มาเล่น 4Square กันดีกว่า

posted on 05 Nov 2010 08:21 by 2freelife  in IT
 
FourSquare ?Cool
 
 
  "รู้จักกันหรือยังครับกับ Foursquare ซึ่งเป็นที่โด่งดังมากในต่างประเทศและกำลังกระแสแรงในบ้านเราแล้วครับ ตอนนี้เชื่อว่าเดินไปไหนมาไหน ถ้าเห็นคนใช้โทรศัพท์ Smart Phone เผลอๆอาจจะเห็นเขากำลังจิ้มๆ check in เจ้า FourSquare นี้อยู่ก็ได้ครับ (เมื่อกลางวันนี้ผมก็แอบเห็นมาล่ะ อิอิ) เอาละครับถ้ายังไม่รู้จัก เอนทรี่นี้ผมจะพาไปรู้จักกับเจ้า FourSquare นี้กันครับ สำหรับคนที่ไม่ชอบเล่นก็อ่านได้นะครับ รู้ไว้จะได้ไม่ตกเทรนด์ครับผม เผื่อมีเพื่อนมาถามว่า ตัวเธอเล่น 4sq ไหม? จะได้ไม่เขิลอายว่า คือไรหรอ??? เปลี่ยนเป็นตอบว่า อ๋อไอ้แอพที่ไว้ใช้ check in น่ะหรอ ไม่เห็นอยากเล่นเลย - อ้าว ว่าไปนั่น ก็สำหรับเพื่อนๆที่ใช้ smart phone ก็ถือว่าได้มีของเล่นเพิ่มติดเครื่องอีก 1 ชิ้นนะครับแถมมีประโยชน์มากกว่าที่คิดซะด้วยนะ Cool
.
.
 
     อันที่จริงเกี่ยวกับการเล่น 4Square นั้นมีกระแสมาสักพักแล้วนะครับ และก็มีหลาย blog ที่มีคนเขียนออกมาแล้ว ตอนแรกกะไม่เขียน แต่อยากเชิญชวนเพื่อนๆมาเล่นกันให้มากขึ้น + กับไม่ได้เขียนเอนทรี่นานมากเพราะงานตรึม วันนี้แอบว่าง เลยเขียนเรื่องนี้ละกัน สำหรับรีวิวภาพยนตร์ ช่วงนี้แทบไม่ได้เข้าโรงหนังเลยครับ ดูสิ แปลกจนฝนตก น้ำท่วมเลย 555+ (โดนรุมตืบไหมหว่า ผมไม่ใช่ตัวการน้ำท่วมนะค้าฟ)  ก็อย่าลืมร่วมด้วยช่วยกันบริจาคสิ่งของให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมกันนะครับ ร่วมด้วยช่วยกันเนอะ(เกาะกระแสนิดนึง) อ้าว ไปเรื่องน้ำท่วมซะแล้ว กลับมาๆ 4Square ของเราต่อดีกว่า(ออกแนวบังคับ หึหึ)
 
 
       สำหรับเพื่อนๆที่ใช้ Smart Phone ไม่ว่าจะเป็น BB iPhone และ Android (Palm Ovi etc.) เชื่อว่าคงจะรู้จักเจ้า แอพพริเคชั่นที่ชื่อ Four Square เป็นอย่างดี ซึ่งกำลังอินเทรนด์อยู่ในขณะนี้ แต่สำหรับอีกหลายๆคนอาจจะไม่รู้จักเลยว่ามันคืออะไรหว่า??? ง งู(งง) ชนกันเลยทีเดียว เอาล่ะ วันนี้จะพาไปรู้จักเจ้า 4Square กันครับ ว่ามันคืออะไร แล้วดียังไง Cry อ้อ ปล.นะครับ สำหรับมือถือที่ไม่ใช่ Smart Phone(แบบว่าไม่มีแอพริเคชั่นให้ดาวน์โหลด) สามารถเล่นเจ้า Foursqure ได้เหมือนกันนะครับ โดยเล่นผ่าน http://m.foursquare.com/ เผื่อมีคนบอก "ป๋ม/หนู ไม่มี BB iPhone Android อ่ะ เล่นไม่ได้ ไม่อ่านละเอนทรีนี้ ชิส์" โอ๋ๆๆ กลับมาก่อนนะ เล่นได้สิครับ อิอิ
 
 
 
มารู้จักกับ Foursquare:
       จะมาอธิบายแบบภาษาชาวบ้านเลยนะครับ เจ้า Foursquare นี่ก็คือแอพพริเคชั่นสำหรับมือถืออย่างนึงนี่เองครับ ความสามารถที่โดดเด่นของเจ้าตัวนี้ก็คือ เป็น "Location-Based Social Network" (กรี๊ด ภาษาชาวบ้านตรงไหนเนี่ย) ง่ะ แปลตรงตัวเลยละกันนะครับ ที่บอกว่ามันเป็น Location ก็เพราะมันใช้ GPS หรือ A-GPSในการระบุสถานที่ที่เราอยู่(บริเวณใกล้เคียง) หรือใน 4Square เรียกว่า การ "Check in" อีกทั้งเจ้า แอพพริเคชั่น FourSquare นี้ยังเป็น Social Network เล็กๆ เพราะว่ามันสามารถ แอดเพื่อนได้ ดูว่าเพื่อนอยู่ที่ไหน อีกทั้งมันยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับ Twitter และ Facebook ได้อีกด้วยครับ
 
 
 
 
 
 
วิธีเล่น Foursquare (ฉบับเร่งรัด):
1.ก่อนอื่นสำหรับเพื่อนๆที่ยังไม่มี User ของ 4Square ก็เข้าไปสมัครกันได้ที่ http://foursquare.com/ พอเข้าไปที่หน้า WEB แล้วก็เลือก Join Now เพื่อสมัคร แอคเค้าท์ของเรากันครับ ในรายละเอียดการสมัครก็ใส่ชื่อ email เบอร์โทรศัพท์ให้ครบถ้วนนะครับ พอสมัครเสร็จเราก็จะได้ User ที่เราสมัครมาพร้อมยืนยันการสมัครทางอีเมลล์ให้เรียบร้อยครับ ก็เป็นอันเสร็จพิธี เราก็จะได้ User สำหรับใช้เล่น 4Sq มาแล้วละครับ
 
2. ระบบค้นหาเพื่อน สำหรับผู้ที่เพิ่งหัดเล่นใหม่ๆ เราลองมาค้นหาเพื่อนเรากันครับว่ามีใครเล่นบ้าง โดยกดค้นหาผ่านหน้าเวบหรือในแอพริเคชั่นก็ได้ครับ สำหรับการค้นหาผ่านเวบ พอเราล็อคอินหน้าเวบไปแล้วให้เราเลือก Find Friend ที่อยู่ด้านบนสุดครับ เพื่อเข้าระบบการค้นหา เราสามารถค้นหาเพื่อนได้จาก facebook twitter หรือ Gmail ของเราได้ครับ ซึ่งจะทำให้เราได้เพื่อนเพิ่มมากขึ้นใน 4Sq จากนั้นก็จัดการแอด เพื่อนกันเลยครับ ฮ่าๆ
3. Setting ให้เราเชื่อมต่อกับ Facebook หรือ Twitter ได้ขณะที่เรา Check in สถานที่หรือเกิดกิจกรรมต่างๆของ 4Sq ครับมันก็จะโผล่บน Wall ของ Facebook หรือ Twitter เลยครับ ง่ายๆ แค่เราเลือกปรับตรงหัวข้อ Setting แล้วไปตรง Linked Accounts แล้วใส่ user password ของ Twitter Facebook ลงไป เท่านี้เราก็เชื่อมกับ Social Network ตัวอื่นได้แล้วครับ Cool
 
4. การ Check in ***
 สำหรับการ Check in ถือเป็นหัวใจของ 4Sq เลยครับ การ Check in เป็นการระบุสถานที่ที่เราอยู่หรือที่เราจะบอกเพื่อนๆว่าเราอยู่ตรงไหน มาทำอะไร ประมาณนี้ครับ สามารถทำได้ผ่านมือถือ ถ้าเป็น Smart phone เราก็จะสามารถ check in ผ่านแอพริเคชั่นได้ทันที โดยเข้าไปในส่วนของ Place แล้วมันจารีเฟรช สถานที่ใกล้เคียง(Nearby) กับเราขึ้นมา เราก็สามารถกดเข้าไปแล้วเลือก Check in ได้ทันที หรือจะ กด serch หาสถานที่เอาเองก็ทำได้ครับ นอกจากนี้ขณะที่เราจะ check in ก็จะมีส่วนของช่อง Shout(ตะโกน) คือ เราสามารถ check in สถานที่นั้น พร้อมพิมพ์ข้อความบอกเพื่อนๆได้ว่าเรา กำลังคิด หรือ ทำอะไรอยู่ที่นั่น เช่น ผมเช็คอินที่ ร้าน Mcdonald สาขา พารากอน ก็จะพิมพ์(Shout) ไปด้วยว่า "คนเยอะมาก" อะไรทำนองนี้ มันก็จะเด้งขึ้น foursqure โชว์ให้เพื่อนใน 4sq เห็นทันที หรือถ้าใครลิงค์ไว้กับ facebook twitter มันก็จะเด้งขึ้นไปบนนั้นด้วยเช่นกันครับ เท่ไปอีกแบบ(ตรงไหนหว่า)  
    ในส่วนของโทรศัพท์ที่ไม่มี แอพพริเคชั่น 4sq ก็สามารถเล่นผ่านเวบ m.foursquare.com ได้เช่นกันครับ โดยระบบจะค้นหาสถานที่ผ่าน cell-site ของเครือข่ายโทรศัพท์ ก็จะคล้ายๆกัน คือมเมื่อเข้าไปแล้ว เลือก check in ครับ แต่จะไม่มีสถานที่ใกล้เคียงขึ้นมาอัตโนมัติเหมือนอย่าง smart phone เราก็เลยอาจจะต้องพิมพ์เพิ่มไปหน่อยว่าสถานที่ ที่เราอยู่ตรงนั้นคือที่ไหน แล้วเดี๋ยวเครื่องมันจะ serch มาให้เราเช่นกันครับ แล้วก็จัดการ check in กันได้เลย
     สำหรับการคิด Point หรือคะแนนการ check in คร่าวๆประมาณนี้ครับ
- Discoverer Bonus: ไป Check in ในที่ๆไม่เคยไปมาก่อน = +5

- Travel Bonus: Check in หลายๆที่ในหนึ่งคืน = +1 คูณ (จำนวนที่ๆไป). จะเริ่มได้คะแนนเมื่อ checkin ที่ๆสอง

- Combo Bonus: ไปทำกิจกรรมหลายคืนติดกัน = +1 คูณ (จำนวนคืน). จะเริ่มได้คะแนนเมื่อเริม checkin คืนที่สอง
 
 
       นอกจากนี้ยังมี การระบุสถานที่ Add vanues ใหม่ๆ ที่ยังไม่มีคนสร้างลงไปใน 4sq ด้วยครับ etc ในส่วนของการเล่นผมขอทิ้งไว้เพียงเท่านี้นะครับ สำหรับคนที่อยากทราบรายละเอียด(มากๆ)เพิ่มเติมเข้าไปศึกษาได้จาก
- http://www.ipattt.com/2010/foursquare/  ขอขอบคุณ คุณ พัชร ไว้ที่นี้ด้วยครับ
- http://www.pawoot.com/foursquare ขอขอบคุณ K Pawoot ด้วยครับ
 
 
 
 
ข้อดี+ความสนุก ของ 4Sq:

- การสะสมคะแนน Point
สำหรับเจ้า 4sq นี้เวลาที่เรา check in สถานที่ต่างๆ แล้ว มันจะมีแต้มให้เราด้วยครับ(เอาไว้โชว์เพื่อนเฉยๆอะ) ซึ่งคะแนนสะสมจากการ check in นี้จะรีเซ็ททุกวันอาทิตย์หลังเที่ยงคืนครับ ที่สำคัญคือ เราสามารถเข้าไปตรงส่วน "Leaderboard" ทั้งในแอพริเคชั่น หรือใน m.foursquare ก็ได้เหมือนกันครับ เป็นการเช็คอันดับคะแนนของเพื่อนของเราโดยมีการจัดอันดับให้เห็นด้วยครับ และยังสามารถดูอันดับจากทั้งจังหวัดได้เลยว่าคะแนนของเราอยู่อันดับที่เท่าไร (เคยคิดเหมือนกันว่าไอ้คนที่ได้ที่ 1 นี่เขา check in ทุกฝีก้าวเลยหรือเปล่านะ คะแนนเยอะมากกกก)
 
-BADGE (เข็มกลัด)
 
สำหรับ 4sq จะขาดไปไม่ได้เลยกับเจ้าตัวเข็มกลัดหรือ BADGE ซึ่งเป็นสัญลักษณ์(คล้ายๆ Item) ซึ่งเราจะได้มาครองเมื่อเราผ่านเงื่อนไขของ BADGE นั้นๆครับ ซึ่งแต่ละ BADGE ก็มีเงื่อนไขในการได้มาแตกต่างกันไป แถมยังมี BADGE แบบพิเศษๆ ที่จะมีเฉพาะช่วงเทศกาลหรือกิจกรรม เช่น ช่วงฟุตบอลโลก(อดได้เลย เพราะตอนนั้นยังไม่เล่น) ช่วง Halloween และยังมี BADGE SXSW200x ซึ่งจะได้มาเฉพาะในปีนั้นๆ แถมเงื่อนไขก็ยากใช่เล่นครับ การได้มาของ Badge นะครับ เช่น Newbie สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเล่น, Adventurer สำหรับคนที่ Check-in ในสถานที่แตกต่างกัน 10 แห่ง เป็นต้น จริง ๆยังมีป้ายอีกมากมายที่ให้คนต่างๆ เข้าไปไข่วคว้าและค้นหาป้ายเหล่านี้มาประดับใน account ของคุณเอง ยิ่งได้มากยิ่งเทห์นะ ฮ่าๆ ...เดี๋ยวถ้ามีเวลา เอนทรี่น่าจะรวบรวมเทคนิคการได้มาของแต่ละ BADGE ไว้ให้นะครับ ช่วงนี้กำลังศึกษาอยู่(ปวดหัวมากมาย ฮ่าๆ)
 
 
- แย่งชิง เจ้าถิ่น(Mayor)
 หากเราทำการ check in สถานที่ใด ที่หนึ่ง บ่อยๆ จนมากกว่าคนอื่นที่ check in สถานที่นั้นเหมือนเรา เราก็จะได้เป็น Mayor สถานที่นั้นๆครับ(บางทีสถานที่นั้นยังไม่เคยมี Mayor เราเช็ค ทีสองที ก็ได้เป็น Mayorละ) การเป็น Mayor สถานที่นั้นมันดียังไง? สมมติผมเป็น Mayor ที่ siam paragon เวลาคนอื่นจะ check in ที่พารากอน มันจะโผล่รูปเราพร้อมสัญลักษณ์มงกุฎบอกว่าเราเป็น Mayor ที่นั่นครับ(เท่ปะล่าา) อีกอย่างนึงคือ การที่เราได้เป็น Mayor หลายๆที่ ก็มีผลต่อการได้มา ของ BADGE(เข็มกลัด) เช่นกันครับ
 
- ระบบ Tips and To do list
นอกจาการ check in สถานที่ต่างแล้ว 4sq ยังมีระบบ Tips(คำแนะนำ) ซึ่งเราหรือใครก็ตามที่เล่น 4sq สามารถใส่รายละเอียดหรือคำแนะนำ(Tips)ของสถานที่นั้น(Place) แปะลงไปในระบบ 4sq ได้ เพื่อให้คนอื่นได้รู้ว่าสถานที่นั้นคืออะไร หรือมีดีอะไร คนอื่นเวลา check in เขาก็สามารถอ่านได้ครับ ว่าสถานที่นั้นมีคนแนะนำว่าอะไรบ้าง เช่น เช็คอินที่ KFC สาขาXX ผมอาจจะเพิ่ม TIPS ว่า ไก่ทอดที่นี่อร่อยมาก เวลาคนอื่นมาเช็คอินที่นี่ เขาก็สามารถอ่าน Tips ที่เราทิ่งไว้ได้ครับ ส่วน "To do" ก็คล้ายๆกัน แต่เปลี่ยนเป็นสิ่งที่เราอยากจะทำแทนครับ ซึ่งการเพิ่ม Tips หรือ To do นั้น ก็จะอยู่ในฟีเจอร์ของแอพริเคชั่นของ 4sq อยู่แล้วครับ นอกจากนนี้มันยังมีประโยชน์ในกรณีที่เราต้องการคำแนะนำสำหรับร้านนั้นๆ หรือสถานที่นั้นๆด้วยครับ มันเจ๋งจริงๆครับ
 
-ส่วนลดและโปรโมชั่น
สำหรับในต่างประเทศนั้น foursquare เป็นที่นิยมมาก ร้านค้าหรือร้านอาหารต่างๆ จึงได้ใช้ความ Hot ของเจ้าแอพตัวนี้ในการส่งเสริมการขายสินค้าครับ  เช่น การ check in ในร้านๆ นั้นๆ แล้วโชว์ สถานะการ check in ก็จะได้รับส่วนลด นั่น โน่นนี่เป็นต้นครับ สำหรับในประเทศไทยเองก็เริ่มมีให้เห็นบ้างแล้วนิดหน่อยครับ เช่น ร้าน iberry ร้านกาแฟวาวี เป็นต้นครับ ซึ่งหวังว่าในอนาคตอาจจะมีเพิ่มมากขึ้นครับ เพื่อส่วนลดของเราทุกคน ฮาาาา
 
(ภาพประกอบสองภาพนี้จากเวบ http://www.pawoot.com)
 
 
 
 
โทรศัพท์มือถือและการดาวน์โหลดแอพริเคชั่น:
       สำหรับมือถือ Smart Phone ทั้งหลายสามารถดาวน์โหลดแอพริเคชั่นได้ฟรีจาก http://foursquare.com/ หรือเลือกดาวน์โหลดแอพริเคชั่นจากมือถือของแต่ละรุ่นครับ AppStore>iPhone ,AppWorld>BB ,Android Market>Android Phone โดย search ว่า "foursquare" ครับ แอพริเคชั่นนี้แจกฟรีครับผม เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ก็อย่าลืมเปิด GPS หรือเปิด A-GPS ก่อนการใช้งานนะครับเพราะว่าแอพริเคชั่นนี้มันจะจับสัญญาณ location จาก GPS ของมือถือเราครับ หรือจาก cell-site ในโทรศัพท์ที่ไม่มี GPS ครับ  สำหรับโทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช่ smartphone อย่างที่บอกสามารถเล่นผ่านเวบบราวเซอร์ ของมือถือได้ครับ โดยเข้าไปที่ http://m.foursquare.com/  ก็จะสามารถเล่นผ่านมือถือได้เช่นกันครับ เสียแต่ฟีเจอร์มันไม่ดีเหมือนกับการใช้แอพริเคชั่นเท่านั้นเองครับ
 
 
 
 
ข้อเสีย:
-เนื่องจากเป็นแอพริเคชั่นที่เอาไว้ระบุสถานที่นะครับ เพราะฉะนั้นใครมีกิ๊กเยอะ หรือชอบหนีแฟนไปเที่ยวแล้วเผลอ check in แล้วละก็ งานเข้าแบบไม่รู้ตัวเลยนะครับ แบบว่าบอกแฟนว่า นอนอยู่บ้าน แต่ดันไปเผลอ check in รัชดา ไรทำนองนี้ บ้านแตกครับท่าน อิอิ อีกอย่างเจ้า application ของ 4sq ตัวนี้มันจะบอกชื่อคนที่ check in สถานที่เดียวกับเราในเวลาใกล้เคียงกับเราด้วยครับ เช่น I'm at siam paragon w/ @นางสาวสุดสวย  แถมมาให้เราด้วยครับ(ต้องมีในรายชื่อเพื่อนของเราด้วย) งานนี้ถ้าไปกับกิ๊กแล้วกิ๊ก เล่น 4sq เหมือนกันก็งานเข้าครับผม ฮ่าๆ Foot in mouth
-เนื่องจากเป็นแอพริเคชั่นที่เปิดเผยข้อมูลการ check in สถานที่ ดังนั้นหากมีคนไม่หวังดีเข้ามาสืบ แล้วดักปล้นหรือทำร้าย เราก็อาจเป็นไปได้นะครับ ยังไงก็ระวังกันนิดนึงนะ
 

    สำหรับสุดท้ายนี้ก็หวังว่าเพื่อนๆที่อ่านเอนทรี่นี้จะรู้จัก Foursquare กันมากขึ้นนะครับ สำหรับใครที่เล่นอยู่แล้วหรือกำลังจะเล่น ก็แอดผมมาได้นะครับ search ว่า "Tanayut Jitjing" (เต็มยศเลย) ก็เจอละ ฮ่าๆ
 
ปล.ทิ้งท้าย สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการ search หาเพื่อนหรือคนรู้จักก็สามารถ search ผ่านแอพริเคชั่น หรือผ่านเวบไซต์ได้เลยครับ ซึ่งค้นหาได้ทั้ง สถานที่(Venues) บุคคล(People) คำแนะนำ(Tips) และ Tags
 
 
 
  ปล2. ในปัจจุบันมีแอพที่ทำงานคล้ายๆ กับ 4sq แล้วนะครับ ชื่อ Gowalla ครับ แต่คนยังเล่นไม่มากเท่า 4sq และรู้สึกว่า Gowalla จะเล่นยากกว่า 4sq ครับ ได้ข่าวว่าทาง Gowalla มีลูกเล่นหน้าตาสวยกว่า 4sq อันนี้ท่าจะจริงเหมือนกัน เอาน่ะ ตอนนี้มาเล่น 4sq กันก่อนดีกว่านะครับ ฮ่าๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 



edit @ 5 Nov 2010 14:59:35 by Tuy@MU

เรื่องของ "เวลา" The Time of Devil

posted on 07 Oct 2010 09:14 by 2freelife  in MyLife
"เวลา"
The Time of Devil Story
 
 
       สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาว Exteen ^^ ช่วงนี้ก็หายหน้าหายตา หายตัวไปอีกเช่นเคย เนื่องจากงานรัดตัวเสียเหลือเกิน มีนั่น โน่น นี่ จาเอามาลง Blog หลายเรื่องมากมาย แต่ก็ไม่รู้จาเริ่มตรงไหน เอาเป็นว่าหมักหมม มันไว้ก่อนละกัน อิอิ (อ้างไปโน้นอีกละ) Foot in mouth  ส่วนเรื่องหนัง ในหลายๆสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่ค่อยมีเรื่องไหนโดนใจ จขบ เท่าไร ช่วงนี้เลยไม่ได้เอามารีวิวให้ดูนะครับผม แต่วันนี้มีหนังเรื่อง Legend of The Guardian เข้า ซึ่งน่าดูมากมาย ถ้าไปดูแล้ว เดี๋ยวจาเอามารีวิวให้นะครับผม (อ้าว พล่ามไปเรื่องหนังได้ไงเนี่ย)
 
 
     ผมเชื่อว่า ทุกคนคงมีสิ่งที่กลัวสำหรับตัวเองกันอยู่แล้ว แต่วันนี้ผมจะพาไปดูสิ่งหนึ่ง ซึ่งอยู่กับเราตลอดเวลาและเป็นสิ่งที่ อาจจะเรียกได้ว่า "น่ากลัว" ที่สุด เลยก็ว่าได้ สำหรับหลายๆคน นั่นก็คือ "เวลา"
 
     หากเรามองย้อนกลับไป "เวลา" คื่อสิ่งที่เราไม่สามารถ หยุดไว้ได้ เวลาจะเดินเคลื่อนที่ไปข้างหน้าตลอดเวลาและไม่เคยหยุดที่จะรอใครสักวินาทีเดียว(นอกเสียจากนาฬิกาตายอ่ะ Foot in mouth) เมื่อก่อนนี้มีสุภาษิต ที่ว่า หนทางพิสูจน์ม้า การเวลาพิสูจน์คน และผมก็คิดว่ามันเป็นสัจธรรมที่ใช้ได้ตลอดเลยทีเดียว
 
     "เวลา" ทำให้เราเติบโต เรียนรู้ และได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตเรื่อยๆ นั่นคือข้อดีของมัน และ "เวลา" ก็คอยเป็นสิ่งเตือนใจเราเสมอว่า "เราต้องเดินต่อไปข้างหน้า ไม่สามารถย้อนกลับได้"  แต่ถ้าหากวันนึงเราเหนื่อย เราท้อ เราก็สามารถหยุดพักใจและกาย ของเราได้ ถึงแม้เวลาจะไม่หยุดรอเราก็ตาม(โดดงานซะเลย อิอิ)
 
 
 
    ในอีกด้านนึงของ "เวลา" นั้น ผมคิดว่ามันแฝงไปด้วยความโหดร้าย ปลายทางของเวลาแท้จริงคือขอบเหว ที่เราทุกคนไม่มีใครหนีพ้น นั่นก็คือ "ความตาย" แต่หลายคนอาจพบความสุขสำหรับชีวิตตามทางเดิน ก่อนไปถึงขอบเหวนั้น ซึ่งมันก็เป็นสัจธรรมอีกข้อนึงของชีวิต
 
    ถึงแม้ "เวลา" จะสร้างความผูกพันธ์ให้เกิดขึ้นได้ ก็สามารถทำลายลงได้ เช่นกัน โดยเฉพาะความผูกพันธ์ของ เพื่อน หรือกับ คนรัก ซึ่งมีให้เห็นได้บ่อยๆ  สัจธรรมอีกข้อนึงที่ผมได้พบกับตัวเอง(หรืออาจจะมีแค่ผมคนเดียวที่โชคร้ายแบบนี้Tongue out) ก็คือ ความสุขของความรัก ที่มีแค่ช่วงแรกๆ แต่เมื่อเวลายิ่งเดินผ่านไปๆ ความสุขนั้นกลับลดลงไปทุกวันๆ และจางหายไป จนหลายครั้ง ที่ทำให้เราอยากย้อนกลับไปครั้งแรกที่เรารู้จักกันเสียทุกที บางครั้งหลายๆคนรวมทั้งผม ก็อยากจะหยุดเวลาไว้ในยามที่เรามีความสุขที่สุด แต่ก็คงไม่มีใครทำได้  "เวลา" ยังทำให้เราต้องพลัดพราก จากการสูญเสียในหลายสิ่งหลายอย่าง รวมทั้งคนรัก(พ่อ แม่ ญาติ พี่น้อง แฟน) ซึ่งผมคงอ่อนแอเกินไปในตอนนี้ เลยยังยอมรับการสูญเสียเหล่านี้ไม่ได้จริงครับ
 
 
     เมื่อไม่นานมานี้ ผมชอบใจความในเนื้อเพลง "รักไม่ต้องการเวลา" (จากภาพยนตร์ กวนมึนโฮ) นะ แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า รักแบบนั้นมันเป็นไปได้น้อยมากจริง ถ้าเป็นไปได้คงจะแค่ 0.01% เองละมั้งครับ การที่เราจะเจอรักแท้สักคน คงต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์จริงๆ น้อยคนนักที่จะโชคดีเจอรักแท้เพียงแค่เสี้ยววินาที แต่ถึงแม้คิดว่าเจอแล้ว แต่เมื่อเข็มนาฬิกาหมุนเดินผ่านไป รักแท้ที่ว่านั้น อาจจะไม่ใช่เป็นรักแท้เหมือนกับ "เมื่อวาน" ก็ได้ครับ ในตอนนี้ผมอาจจะพูดได้แค่ว่า "ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์" อาจจะดูเชยๆนะครับ แต่ไอ้คำนี้ผมใช้เป็นเครื่องเตือนตัวเองมานานละ อิอิ(แต่ก็เตือนไม่ค่อยจะได้ ซะทุกทีน้า)
 
    ในวันนี้หากเราหลับตาลง เราจะรู้สึกเหมือนหยุดนิ่ง แต่เวลายังคงพาเราเดินหน้าไปเรื่อยๆ โดยไม่มีวันหยุดจนกว่าจะถึงวันที่เราหมดลมหายใจ วันนั้นตัวเราจะหยุดเดินตามเวลา แต่เวลาก็ยังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ บางครั้งมันก็ทำให้เรารู้สึกเหนื่อย รู้สึกท้อใจ แต่หากเราไม่ไหวจริงๆ ก็แค่หลับตาลง แล้วให้หัวใจเราหยุดพัก(ไม่ใช่หยุดเต้นนะคร้าฟ เดี๋ยวตายซะก่อน อิอิ) พอหายเหนื่อยเราก็เดินต่อไป แต่สำหรับบางคน ที่เอาหัวใจไปฝากไว้กับคนอื่นแล้ว มันก็จะทำให้เรายิ่งเหนื่อยหนักไปกว่าเดิม แต่ขอให้รู้ไว้ว่า หัวใจของเราที่รับฝากที่ดีที่สุดก็คือ "ครอบครัว"
 
 
ไปๆมาๆ เขียนกลายเป็นเพ้อเรื่องความรักไปซะแล้ว อิอิ สำหรับเพื่อนๆคนไหนมีมุมมองในเรื่องของเวลายังไงก็แวะมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคร้าฟ Good Luck your life
 
 
 
 
 
ใหม่ๆก็รัก คนไม่มีเวลา

edit @ 7 Oct 2010 11:00:49 by Tuy@MU

After Shock(+สปอยล์ นิดๆ)

 

     สวัสดีครับ พบกันอีกแล้ว สำหรับเอนทรี่นี้จะพาไปทำความรู้จักกับ ภาพยนตร์สุดซึ้งอย่าง After Shock ครับ ซึ่งเชื่อว่าหลายๆคนคงไม่รู้จักเพราะหนังเรื่องนี้เข้า เฉพาะโรง ลิโด้ สยามครับผม <อย่าเพิ่งหนีกันไปก่อนนะครับ เพราะหนังเรื่องนี้ดีจริงๆ>

    สำหรับวันนี้ก็ตั้งใจไปดูหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะได้ข่าวมานานแล้ว แต่เพิ่งรู้ว่าเข้าที่โรง ลิโด้ด้วยครับ ก็เลยมีโอกาสได้ไปดูวันนี้ ทีแรกไปถึงคิดว่าคนคงไม่เยอะ เลยไปก่อนสัก 30 นาที ที่ไหนได้ แถวบนๆเต็มเกือบหมดเลยครับ

    หนังเรื่องนี้ถล่มรายได้ Box Office ของจีนตั้งแต่เปิดตัวเลยครับส่วนของจีนนั้น เข้าฉายในโรง Imax เลยทีเดียวครับ เรื่องราวเรื่องนี้เกี่ยวกับโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ริกเตอร์ในประเทศจีน วันที่ 28 กรกฏาคม ปี 1976 เมืองถางซาน มณฑลเหอเป่ย ที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 240,000 คน บาดเจ็บกว่า 164,000 คน และว่ากันว่าเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงที่สุดในรอบ 5 ศตวรรษ

  

       เรื่องราวของ After Shock แสดงให้เห็นถึงโศกนาฏกรรมจากแผ่นดินไหว โดยผ่านมุมมองของครอบครัวๆ หนึ่ง ที่มีความอบอุ่น มี พ่อ แม่ และลูกๆแฝด(ชาย หญิง) วัยกำลังน่ารัก อยู่กันอย่างมีความสุข แต่แล้ววันหนึ่งเหตุการณ์แผ่นดินไหวก็ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง และเป็นความทรงจำที่จะไม่มีวันเลือนหายไปจากพวกเขา "สำหรับการสื่อเนื้อเรื่องออกมาแบบนี้ผมชอบมากครับ เพราะการดำเนินเรื่องในเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยผ่านครอบครัวที่ดูมีความสุขแบบนี้ แล้วทุกอย่างกลับพลิกผัน มันทำให้คนดูสะเทือนใจมากๆครับ"

 

ดูซิน่ารักขนาดไหน

 

     เรื่องราวยังสื่อถึงความรักของแม่ที่มีต่อลูกๆด้วยครับ(ถ้าเข้าฉายวันแม่คงรายได้ถล่มทลาย) ซึ่งนับเป็นจุดขายของเรื่องเลยก็ว่าได้ เรื่องราวจะมีจุดไคแมก ที่แม่ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตในการเลือกว่าต้องช่วยชีวิตลูกของตัวเอง 1 เดียวเท่านั้นที่จะรอด และการตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นตราบาปไปชั่วชีวิตครับ T T (ลองคิดดูถ้าเป็นเราได้ยินแม่ตัวเองเลือกช่วยอีกคนในวินาทีนั้น แต่เราต้องตาย วินาทีนั้นน้ำตาก็ไหลเหมือนกันครับ) แต่ตอนหลังเราจะรู้ว่า การตัดสินใจของแม่ในวินาทีนั้น มันเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของแม่เลยทีเดียวครับ Tongue out ทุกสิ่งทุกอย่างรวมถึงความสุขทั้งหมดในชีวิต สูญสลายไปเพียงชั่วข้ามคืนเดียวที่เกิดแผ่นดินไหวต่อหน้าต่อตาครับ

 

      เรื่องราวยังคงดำเนินต่อไปหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 1976 ครับ ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นั้น เรื่องราวได้ดำเนินไปถึงปี 2008 เลยทีเดียว และเราจะได้เห็นการดำเนินเรื่องของตัวเอกในเรื่องนี้กับการฟันฝ่าอุปสรรคและเรื่องราวต่างๆในหลายมุมมอง แต่ที่สำคัญคือยังไม่ทิ้งในส่วนของความผูกพันธ์เรื่องราวความรักของคำว่า "ครอบครัว" ซึ่งจะทำให้เราได้เห็นว่า ความรักของ พ่อและแม่ ยิ่งใหญ่เพียงใดครับ(เสียน้ำตาเป็นกะลังมังเลยนิ)Tongue out

 

  ฉากที่ผมเสียน้ำตานะครับ

1. ฉากที่แม่ต้องตัดสินใจเลือกช่วยชีวิตลูกคนใดคนหนึ่งครับ (ซึ่งมันแทงใจดำของผมเหลือเกินครับ ถ้าเป็นลูกคนนึงที่แม่ไม่เลือกช่วยชีวิต บวกกับเห็นใจแม่อย่างสุดซึ้งครับ)

2.ฉากที่แม่บุญธรรมของตัวเอกเสียชีวิตครับ ทำให้เราได้เห็นถึงความรักอันสุดซึ้งของแม่ ที่มีต่อลูกถึงแม้จะไม้ใช่ลูกแท้ๆ แต่ก็สื่อให้เห็นถึงรักอันยิ่งใหญ่จริงๆครับ

3.ฉากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งที่สอง แล้วตัวเอกได้เจอกับแม่คนนึงที่ต้องตัดสินใจตัดขาลูกสาวตัวเองเพื่อช่วยชีวิตลูกสาว ทำให้เข้าใจถึงความรักของแม่ครับ

4.ฉากสุดท้ายของเรื่องครับ เรียกน้ำตาได้อีกเป็นลิตร

แต่ก็ความจริงก็มีเยอะกว่านี้นะครับ เดี๋ยวจะสปอยล์ไปซะหมด ไม่ได้ซึ้งกันพอดี ฮ่าๆ

 

     มาดูข้อเสียกันบ้างนะครับ สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ทำออกมาได้ดีนะครับ แต่มีบางฉากที่เอฟเฟค และกราฟฟิคไม่ค่อยสวยเท่าไร อย่างในช่วงที่มีแผ่นดินไหวแล้วตึกพังลงมา ผมว่ายังไม่เนียนครับ แต่ก็รับได้ระดับนึงครับ อีกส่วนหนึ่งคือ จะมีเนื้อเรื่องช่วงกลางๆเรื่องดูเอื่อยๆ ช้าๆ ไปนิดนึงครับ

 

 

      สำหรับเรื่องนี้ผมให้ 4.5/5 ครับ (ใครไปดูก็อย่าลืมเตรียมผ้าเช็ดหน้าไปนะครับTongue out) วันนี้ที่โรงภาพยนตร์ ลิโด้ ครับ

 

Favourites